SearchWWW Search www.thaicommunity.org
 
         
   
Free Website Counter
 

   
 
 
ททท.พลิกกลยุทธ์ ฝ่ามรสุมท่องเที่ยวปี 52 ท่ามกลางวิกฤตการณ์ด้านการท่องเที่ยวที่รุมเร้ามากมายอยู่ในขณะนี้ ทั้งปัญหาข้าวยากหมากแพง การเมืองวุ่นวาย และหนักสุดราคาน้ำมันแพงที่ขยับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในการประชุมแผนตลาดการท่องเที่ยวในปี 2552 ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน -4 กรกฎาคมนี้ จะเป็นการระดมสมองครั้งสำคัญเพื่อฝ่ามรสุมไปสู่ทิศทางของการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในปีหน้า

สำหรับรายได้จากการท่องเที่ยวนั้นททท.ตั้งเป้าไว้รวมกว่าล้านล้านบาท เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 10% แบ่งเป็นรายได้จากตลาดต่างประเทศ 6.6 แสนล้านบาท เพิ่มจากปี 2551 ซึ่งอยู่ที่ 6 แสนล้านบาท และรายได้จากตลาดในประเทศ 4.1 แสนล้านบาท เพิ่มจากปี 2551 อยู่ที่ 3.77 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ท้าทายในการวางกลยุทธ์ฝ่าวิกฤติที่เกิดขึ้นอย่างมาก

+++รมต.แนะพลิกกลยุทธ์ฝ่าวิกฤติ

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ"ว่าในปีหน้าปัญหาภาวะน้ำมันแพง จะส่งผลกระทบโดยตรงกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวกระเป๋าบางลดลง แต่พวกกระเป๋าหนักจะไม่ได้รับผลกระทบมากนักดังนั้นแนวนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวปี 2552 รัฐบาลก็ยังจะให้เป็นปีแห่งการลงทุนและปีแห่งการท่องเที่ยวไทย

ส่วนการกำหนดตลาดนักท่องเที่ยวจะแยกออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก หรือกลุ่มนิชมาร์เก็ต ซึ่งมีอยู่ทุกประเทศทั่วโลก ทั้งตลาดดำน้ำ ขี่จักรยาน โดยกลุ่มนี้ไม่กระทบกับปัญหาน้ำมันแพง แต่หากรอเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ซื้อแพ็กเกจทัวร์ทั่วไปอย่างเดียวกระทบแน่ เพราะว่ากลุ่มนี้อ่อนไหวเรื่องราคามาก

กลุ่มที่สองระดับกลาง ซึ่งยังคงท่องเที่ยวอยู่แต่มีแนวโน้มจะเดินทางระยะสั้นมากขึ้น โดยจะเปลี่ยนมาเดินทางภายในภูมิภาคกันเอง เน้นเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงในตลาดเพื่อนบ้าน อาทิ เวียดนาม ฮ่องกง สิงคโปร์ จีน เป็นต้น โดยททท.จะต้องเตรียมสินค้าการท่องเที่ยวให้พร้อม เน้นตลาดกลางถึงบน ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Value for Money"

โดยจะใช้สายการบินโลว์คอสต์กระตุ้นนักท่องเที่ยว เนื่องจากปัจจุบันมีการพัฒนามาใช้เครื่องบินขนาดใหญ่มากขึ้น อาทิ แอร์บัส A380 และกลุ่มที่สามเป็นนักท่องเที่ยวกระเป๋าบางมีแนวโน้มลดลง ซึ่งในช่วงนี้ เราต้องกลับมาบริหารจัดการภายในประเทศ ซ่อมแซม เพื่อเตรียมพร้อมในอนาคต

+++บุกโลกออนไลน์ผ่านอีมาร์เก็ตติ้ง

สำหรับการดำเนินงานปีหน้าททท.มีงบประมาณ 4,478 ล้านบาท เพิ่มจากเดิม 3,958 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 10% แบ่งเป็นงบตลาดต่างประเทศ 2,290 ล้านบาท ตลาดในประเทศ 1,040 ล้านบาท งบสนับสนุนการตลาด 512 ล้านบาท และงบส่งเสริมปีการท่องเที่ยวไทย 634 ล้านบาท โดยธีมหลักยังคงใช้" อะเมซิ่งไทยแลนด์ "

ส่วนแผนกลยุทธ์ส่งเสริมตลาดต่างประเทศนั้นยังคงเดินหน้าเจาะตลาดไฮเอนด์เป็นหลัก โดยมีแผนจะพลิกโฉมหน้าการตลาดในรูปแบบใหม่หมด จะปรับกลยุทธ์เปิดแนวรุกตลาดออนไลน์ มากยิ่งขึ้น เน้นการทำประชาสัมพันธ์ และสร้างการรับรู้การท่องเที่ยวไทย ผ่านทางโลกอินเตอร์เน็ตมากขึ้น

ทั้งนี้เพราะแนวโน้มของประชากรในโลกออนไลน์ มีอัตราเติบโตอย่างรวดเร็วเฉลี่ยกว่า 15-17% ทุกปี หรือมีสัดส่วน1,300-1,400 ล้านคน จากประชากรโลกทั้งหมดกว่า 6,400 ล้านคนโดยยอดการจองสินค้าผ่านทางออนไลน์มีสัดส่วนสูงกว่า 1 ใน 5 ของโลก และยอดจองสินค้าด้านการท่องเที่ยว อาทิ โรงแรม สายการบิน มีสัดส่วนสูงเป็นอันดับหนึ่งของยอดการจองทั้งหมด

โครงการตลาดออนไลน์ จะเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวโดยตรง เพื่อสร้างกระแสการท่องเที่ยวกับคอนซูเมอร์เพื่อให้เกิดการตัดสินใจเดินทาง โดยนำเสนอสินค้าการท่องเที่ยวแบบใหม่ เน้นไปที่ตลาดเดิมที่รู้จักประเทศไทยดีอยู่แล้ว อาทิ ยุโรป เอเชีย เกาหลี ไต้หวัน ญี่ปุ่น และอินเดีย เป็นต้น ส่วนการทำการตลาดรูปแบบเดิม อาทิ โรดโชว์

เทรดโชว์ ก็จะเน้นขยายไปยังตลาดใหม่อาทิ ตะวันออกกลาง ยุโรปตะวันออก รัสเซีย เป็นต้น

ขณะเดียวกันยังมีแผนจะทำทีวี ออนไลน์ (TV Online) ผ่านเว็บไซต์ นำร่องแห่งแรกที่ออสเตรเลียและภูมิภาคยุโรป จากนั้นจะกระจายไปทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยจะมีรายการท่องเที่ยวเกี่ยวกับเมืองไทย 24 ชั่วโมง ซึ่งอาจจะเป็นเทปหรือรายการสด และภายในเว็บไซต์จะนำโบรชัวร์การท่องเที่ยว แชร์ภาพ อัพโหลดวิดีโอการท่องเที่ยว แชร์ประสบการณ์ท่องเที่ยว สามารถสอบถามข้อมูลแบบ Real Time และจองแพ็กเกจท่องเที่ยวได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีแผนที่จัดทำเวอร์ชวล เทรนนิ่ง โปรแกรม (Virtual Training Program) สำหรับผู้ประกอบการนำเที่ยวในต่างประเทศ ให้รับรู้โปรดักต์ของไทย โดยจะเป็นการฝึกอบรมทางออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ 2.0 ซึ่งผู้ประกอบการสามารถ Login ผ่านระบบเข้ามาฟังได้โดยไม่จำเป็นต้นเสียเวลาเดินทาง และประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย ซึ่งนำร่องที่อเมริกาและออสเตรเลีย

ในส่วนของสินค้าการท่องเที่ยวนั้นจะเน้นสินค้ากลุ่ม 7 อะเมซิ่ง วันเดอร์เหมือนเดิม แต่จะต่อยอดเพิ่มเติมจากปีที่ผ่านมา โดยเน้นสินค้าระดับไฮเอนด์เป็นหลัก พร้อมทั้งจะเชิญเอเยนต์จากต่างประเทศเข้ามาทดสอบโปรดักต์การท่องเที่ยวให้เหมาะสมสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายในแต่ละตลาดมากขึ้น โดยประสานงานกับฝ่ายผลิตและประชาสัมพันธ์เพื่อจัดทำคู่มือการท่องเที่ยวอีกด้วย

+++กำหนดธีมท่องเที่ยวรายภาค

ขณะที่นายวันเสด็จ ถาวรสุข รองผู้ว่าการด้านตลาดท่องเที่ยวภายในประเทศ ททท.กล่าวว่า กลยุทธ์กระตุ้นตลาดภายในประเทศ จะส่งเสริมให้เกิดการเดินทางภายในภูมิภาคมากขึ้น โดยเน้นไปที่ 4 ตลาดหลัก ได้แก่ 1.ตลาดนิชมาร์เก็ต อาทิ ตลาดนักกอล์ฟ สปา เป็นต้น รวมทั้งกลุ่มชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูง 2.เจาะตลาดการทำบุญ 3.งานกิจกรรม ประเพณีและ 4.กลุ่มเยาวชน โดยจะส่งเสริมให้โรงเรียนจัดค่ายและทัศนศึกษามากขึ้น เพื่อให้เกิดมิติการเรียนรู้ พร้อมทั้งทำการตลาดร่วมกับพันธมิตรต่างๆ อาทิร่วมมือกับธนาคารส่งเสริมให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น

สำหรับธีมส่งเสริมการท่องเที่ยวจะกำหนดในรายภาค ได้แก่ ภาคอีสาน วางคอนเซ็ปต์ "แหล่งเรียนรู้อู่อารยธรรม" ประกาศให้ปี 2552 เป็นปีท่องเที่ยวอีสาน โดยจะชูจุดแข็งในเรื่องของอารยธรรมเก่าแก่ มีปราสาทหินอยู่มากมาย จัดแคมเปญ 100 หมู่บ้านอีสานน่าเที่ยวภาคตะวันออก ใช้คอนเซ็ปต์"เที่ยวสนุก ทุกระดับ" ชูจุดแข็งความสนุกสนาน หรรษาของชายหาดพัทยา ชลบุรี เกาะช้าง วิถีชีวิตที่หลากหลาย ด้านกรุงเทพฯ มี 2 คอนเซ็ปต์คือ "เสน่ห์บางกอก หรือ Touch of Bangkok" เน้นจุดขายที่เสน่ห์ของเมืองหลวง ศูนย์กลางของเศรษฐกิจ วัฒนธรรมเก่าแก่ มีปราสาทราชวัง วิถีชีวิตชาวบ้านริมฝั่งเจ้าพระยา และคอนเซ็ปต์"ถวินหาอดีต" ชูจุดขายเรื่องวิถีชีวิตชุมชนเก่าๆ ตลาดเก่าตลาดร้อยปี เป็นต้น

ขณะที่ภาคใต้แบ่งเป็น 2 ส่วน โดยภาคใต้ตอนบนใช้คอนเซ็ปต์"มนต์เสน่ห์ทะเลวัง หรือ Royal Coast" ชูจุดขายการท่องเที่ยวทะเลตะวันออก รวมถึงในวังต่างๆ อาทิ วังมฤคทายวัน ขณะที่ภาคใต้ตอนล่างใช้ธีม "Blue and Green Clean and Clear" ชูขุดขายป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ภูเขาเขียว น้ำทะเลสีน้ำเงินเข้มของทะเลอันดามัน

ส่วนภาคเหนือชูจุดแข็งเรื่องความอ่อนโยน อ่อนหวานของวัฒนธรรม เสน่ห์ล้านนาที่ผสมผสานกับวัฒนธรรมจีนตอนใต้ รวมทั้งจะส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบอีโคทัวริสซึม การล่องแพ ผจญภัย เป็นต้น

ทั้งหมดเป็นกลยุทธ์และแผนการท่องเที่ยวของททท.ในปีหน้า ซึ่งสำนักงานทั้งในและต่างประเทศต้องนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละตลาดที่แตกต่างกัน
 
 
= Thannews=

 


 

 
 
FEATURE INTEREST
 
 
 

 

PICTURES
 
       
     
       
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
.
 
 
 
 
 
 
 
 
   
 
   
 
   
 
   
 
   
 
   
 
     
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
     
     
         
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
© 2003 www.thaicommunity.org - All Rights Reserved. Designed by :: Eady Green :: mailto:infor@thaicommunity.org